ประชาธิปตน…ของ หวัน ภูไท

ผมเดินทางเข้าตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตามหาคู่สามีภรรยา อดีตชาวค่ายอาสาฯ ม.รามคำแหง สิ่งที่ทำให้ผมสนใจตัวตนพี่ทั้ง 2 นอกจากบทบาทความเป็นชาวค่ายอาสา ก็คือบทบาทการเป็นนักดนตรี เคยมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง ในนามวง “ภูไท” และที่สำคัญที่สุดคือ เขาเป็นเจ้าของ ผู้ประพันธ์เพลง “ประชาธิปตน” อันลือลั่นในวงการกิจกรรมค่ายอาสาฯ และเป็น 1 ใน 13 เพลงในอัลบั้ม “เพลงค่ายฯ (ที่ว่าง…ระหว่างเส้นลวด 6 สาย)” ที่ผมกำลังดำเนินการอยู่

ผมมาถึงบ้านกลางทุ่งของ พี่หวัน ประเสริฐ ดวงดี และ พี่อ้อย คุณากร บุญทัน ช่วงสายๆ ของวัน หลังจากทักทายแนะนำตัวกันพอเป็นพิธี พี่หวัน ก็ขนเทป CD งานเพลงต่างๆ ของแกมาให้ผมดู แน่นอน…งานที่สะดุดตาผมที่สุดก็เทปเพลง อัลบั้ม “ประชาธิปตน” Original Version ที่พี่หวันเล่าว่า ทำมือทั้งหมดทุกขั้นตอน และผลิต copy (ใช้วิทยุที่มี 2 หัวเทป copy ที่ละม้วนๆ) ออกมาแค่ 200 ชุดเท่านั้น

…มาฟังเรื่องราวเพลง “ประชาธิปตน” จากปากคำของผู้ประพันธ์เพลงที่ยิ่งใหญ่เพลงหนึ่งของชาวค่ายกันครับ

หวัน-อ้อย ภูไท แสดงสดที่ ม.รามคำแหง

นก รัตติกาล : อยากให้พี่เล่าที่มาที่ไปของเพลง

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : จริงๆ เนื้อหามันเกี่ยวกับบรรยาการศค่ายตอนนั้น น่าจะเป็น พศ. 2533-2534 ประมาณนั้น (จริงๆ ก็มีบันทึกรายละเอียดไว้ แต่ขี้เกียจรื้อ) คือเป็นคนทำกิจกรรม ก็ทำกิจกรรมออกค่ายอาสา ไอ้เรื่องดนตรีนี่เป็นมิติส่วนตัว จริงๆ ตอนนั้นผมเขียนเพลงหลากหลายด้าน เพียงแต่ว่าค่ายเองไม่มีเวทีที่หลากหลายมากพอ มันก็จะมีแต่เพลงค่ายอย่างนี้ที่ไปด้วยกันกับค่ายได้ จริงๆ ผมเองก็ยังมีมุมอื่นๆ ของการมองวิถีชีวิต

นก รัตติกาล : แล้ว….เป็นไงมาไง พี่แต่งยังไง คิดอะไรอยู่ตอนที่แต่ง

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : มันก็เนื่องจากบรรยากาศของการแสวงหา ไม่รู้นะ…. อันนี้ผมก็คุยๆ มาหลายๆ ที่ แต่ละรุ่นๆ ก็มักจะอ้างว่าตัวเองเป็นรุ่นรอยต่อ อะไรอย่างนี้ (หัวเราะ) ซึ่งเพื่อนๆ ผมก็ว่า เออ…เป็นรุ่นรอยต่อ รอยต่อก็คือ ระหว่างรุ่นเก่ากับเจเนเรชั่น ใหม่ ซึ่ง พ.ศ. ผมมันจะมีคำว่า เจเนเรชั่น เอ็กซ์ (Generation X) สมัยนี้เค้าเรียกเด็กแนวกัน สมัยโน้นเขาเรียกพันธุ์เอ็กซ์ เอ็กซ์นี่ไม่ใช่เอ็กซ์สมัยนี้นะ มันคือพวกลุย พวกห้าว คนละอย่าง

นก รัตติกาล : เนื้อเพลงมีความเป็นซ้ายสูง

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : ใช่ มันก็พื้นฐานจริงๆ ก็มาจากทฤษฎี ที่เราได้รับมาจากการถ่ายทอดจากรุ่นพี่รุ่นเก่าๆ ทฤษฎีการวิพากษ์สังคม ฝ่ายซ้ายน่ะครับ แนวคิดแนวซ้าย มีภาษาซ้ายอยู่ แต่ว่ามันใช้อธิบายสังคมได้ ผมว่าปัจจุบันก็ยังอธิบายได้อยู่ ในมุมมองของซ้าย ในการมองสังคม ในแง่ของสังคมภายนอกที่ไม่เกี่ยวกับ มิติของจิตวิญญาณ ยังอธิบายสังคมภายนอกได้ดีอยู่นะ เอาแนวคิดของฝ่ายซ้ายมาวิพากษ์สังคม จริงๆ ตอนแรกชื่อเพลง ผมก็ใช้ “ประชาธิปตน” แต่ พี่เอี้ยว ณ ปานนั้น ติว่ามันไม่มีความหมาย ผมเลยเปลี่ยนเป็น “ประชาธิปัตย์…ตน” แต่สมัยนี้คงไม่เป็นไร คุณก็เอาชื่อเดิมไปใช้…ดีแล้ว

นก รัตติกาล : มีเพลงอื่นที่เป็นลักษณะซ้ายๆ แบบนี้อีกหรือไม่ครับ …คือผมจะถามต่อว่า ถ้ามี แล้วทำไมเพลงนี้ถึงได้รับความนิยม …พี่รู้มั้ยว่าเพลงนี้ได้รับความนิยม

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : ไม่ทราบเลยครับ (หัวเราะ) มารู้เมื่อปี 2 ปีนี้เอง พอดีผมมาอยู่เชียงใหม่ประมาณ 10 ปี 10 ปีนี้นะ ก็คือ แทบจะออกมาจากสายเดิมๆ เข้ามาค้นอีกมิติหนึ่ง ที่ตัวเองอยากจะค้นหา ค้นหาจิตวิญญาณของตนเอง ทำให้ให้ตัดขาด… คือไม่ได้ติดตามข่าวคราววงการ และก็ได้ยินเมื่อปี 2 ปีนี้เอง จากรุ่นร้องจาก….ตอนม็อบ ADB ปีที่แล้ววงโฮมก็มา เขาก็บอกว่า บอกเพลงนี้เล่นกันเยอะ เล่นกันทั่วประเทศ นั่นแหละ เข้าข้างกันไป

เทปอัลบั้ม “ประขาธิปัตย์…ตน”

นก รัตติกาล : พี่รู้สึกยังไง ที่เด็กรุ่นใหม่ เอาเพลงนี่ไปเล่นกันเยอะ

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : ก็รู้สึกแปลกๆ นะครับ จริงๆ ผม … เพลงชุดประชาธิปตน เอ่อ… ตอนนั้นผมเคยไปทำงานร่วมกันกับกระจกเงาที่ออฟฟิศ ไปใช้เครื่องบันทึกเสียง เดียวกันกับที่ น้าต้อม… (สองวัย) ทำ น้าต้อมยังถามว่า โห.. ยังมีเพลงคอมมิวนิสต์แบบนี้อยู่อีกหรือ แกบอกว่ามันเป็นเพลงซ้าย มีต้นแบบซ้ายอยู่ ซึ่งผมก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกันว่า เอ… พ.ศ. นี้ ยังมีคนเล่นเพลงประมาณนี้อยู่อีก

นก รัตติกาล : ฟังดูเหมือนพี่ไม่ค่อยเชื่อ พี่มองว่ามันเชยไปแล้วรึเปล่า

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : คือมองว่าสังคมมันเปลี่ยนไปเยอะ ผมยังนึกหลายๆ ครั้ง หลายๆ คราวว่า ถ้ายุคของผมมันมีอินเตอร์เน็ต มีมือถือ มันจะเป็นอย่างไร ผมก็นึกไม่ออกนะครับ ว่าลักษณะการทำงาน การเคลื่อนไหว มันจะออกมาอยู่ในรูปแบบไหน แต่ พ.ศ. นี้ เด็กรุ่นใหม่เขามีเครื่องมือพวกนี้ใช้ เขาทำงานกันอย่างไรไม่แน่ใจ แต่ทำไมเพลงผมซึ่งเป็นเพลง พ.ศ. เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว มันยังเอามาเล่นมาร้องกันอยู่

นก รัตติกาล : ความรู้สึกล่ะ พี่รู้สึกยังไง สาเหตุยังไงไม่รู้ละ…. แต่มันยังเอามาร้องกันอยู่

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : ก็แปลกใจ แปลกใจที่ว่า เออ เพลงแบบนี้… แต่ผมก็ยังมองว่ามันเป็นเฉพาะกลุ่ม ซึ่งผมไม่รู้ว่ามันเติบโตแค่ไหน ผมเข้าใจว่ามันลดลงนะ ไม่รู้ว่าลดลงรึเปล่า คนที่มาทำกิจกรรมอาสามากขึ้น หรือลดลงยังไง

นก รัตติกาล : คิดยังไงกับที่เอามาทำ การเคลือนไหวทางดนตรี
ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) :
ผมว่ามันเป็นเพลงทางเลือกนะครับ ตอนนี้ผมเองก็ทำเพลงทางเลือกให้เข้าไปอยู่ในกระแสก็คงลำบาก เพราะวัฒนธรรมการเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลงในเชิงวัฒนธรรม มันเปลี่ยนไปหมด อาจจะมองว่าเพลงในกระแสทุกวันมันเป็นยังไง แล้วมามองเพลงแนวนี้มันจะอยู่ตรงไหน ผมคิดว่าคงต้องสืบเสาะพอสมควร

นก รัตติกาล : มันจะไม่มีหวังเลยที่จะให้เพลงพวกนี้เข้ามาอยู่ในกระแส?

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : ก็มันไม่ได้คาดหวังครับ เลยไม่ได้สิ้นหวังอะไร ทุกวันนี้ก็ไม่ได้คาดหวังว่า สำนึกอาสา มันจะกลับมาเป็นกระแสหลักเหมือนคนรุ่นเก่าๆ ได้ มองว่าธรรมดา ไม่ได้สิ้นหวังอะไร มันเป็นธรรมดาของโลก เพียงแต่ว่าโอเคว่า มองว่าธรรมดาไม่ได้แปลว่า จะหันหลังหรือหยุดนิ่งนะ ธรรมดาเราทำเท่าที่เราทำได้ ตามบทบาทของเรา มันจะได้ไม่ต้องไปเจ็บปวด ไปคาดหวังอะไรมากมาย

นก รัตติกาล : ถ้าพี่เขียนประชาธิปตน พ.ศ. นี้ ยังจะออกมาแบบนี้มั้ย สังคมตอนนี้

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : ผมว่าไม่เหมือน ความคิดมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นะ แต่ความคิดแนวซ้ายมันมีการสั่งสมนะ อย่างงานเขียนน้องๆ รุ่นใหม่ๆ ก็ยังมีเรื่องราวพวกนี้อยู่ มันอาจจะเป็นทางผ่าน ไปสู่การมีสำนึกอาสา ได้เรียนรู้สังคม ให้มันเกิดแรงบันดาลใจ

นก รัตติกาล : เหมือนพี่ปล่อยวางแล้ว…

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : (หัวเราะ) มันเป็นธรรมดา ที่ พ.ศ. นี้ยังมีคนเล่นอยู่ ถ้าพูดด้วยอารมณ์ที่ เอ่อ .. ต้องมองว่ามันเป็นทางผ่านของคนแสวงหา ถ้าปัจจุบันผมจะเขียนเพลงวิพากษ์สังคม มุมมองผมก็คงเปลี่ยน คือเอามาร้อยให้เป็นคอนเซ็ปต์ เรื่องราว คอนเซ็ปต์อัลบั้ม มันก็ยังมีมุมพี่พูดถึงบ้าง เหินสู่หาว ท่องดาวอวกาศ เพื่อแสวงหาอำนาจ นิจนิรันดร์ … คือแสวงหาทางใหม่ แม้แต่ในวรรคสุดท้ายของประชาธิปตนยังแสวงหาทางจิตวิญญาณ “จึงร้องถามศาสดา….”

กรกฎาคม 2550

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *